.

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
.."เป็นเพราะไลฟ์สไตล์ของ 2 ชายหนุ่มเพื่อนร่วมงาน ที่มีคล้ายๆ กัน ทั้งเพลง, ดนตรี, ของสะสม, หนังสือ, สินค้าดีดีมากมาย ทั้งใหม่ และมือสอง ฯลฯ จึงทำให้เกิดการแบ่งปันสิ่งดีดีไปสู่ผู้อื่น.. ..คิดถึงคลองถม คลองหลอด สะพานพุทธฯ หรือร้านแบกะดิน คุณอาจจะคิดถึงเรา เพราะเราเป็นมากกว่าเว็บขายสินค้าออนไลน์.." "Memories of life by SingDD" Facebook facebook.com/singddfanpage Twitter @SingDD_tw Google+ google.com/SingDD LINE sing_dd

Sponsors SingDD

Enter To SingDD.net

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

เทคนิคน่ารู้ : ใช้เตาอบไมโครเวฟอย่างไรให้ปลอดภัย

**ขอขอบคุณที่มา: http://www.most.go.th/main/index.php/service/information-service/friendly-technologies/2633-microwave.html

เตาอบไมโครเวฟทำงานอย่างไร ?
   คลื่นไมโครเวฟเป็นพลังงานคลื่นความถี่วิทยุชนิดหนึ่ง โดยคลื่นไมโครเวฟจะวิ่งผ่านเข้าไปในอาหารและเข้าไปทำให้โมเลกุลน้ำในอาหารสั่นไปมา การเสียดสีระหว่างโมเลกุลทำให้อุณหภูมิของอาหารสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

พลังงานคลื่นไมโครเวฟมีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่ ?
   แม้ว่าเตาอบไมโครเวฟจะปล่อยคลื่นไมโครเวฟเล็ดลอดออกมาบ้างระหว่างการใช้งาน คลื่นไมโครเวฟที่เล็ดลอดออกมาไม่ก่อให้เกิดผลเสียใดๆ ต่อสุขภาพหากเตาอบไมโครเวฟได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

เตาอบไมโครเวฟกับสารอาหาร
  การปรุงอาหารไม่ว่าจะเป็นการใช้เตาอบธรรมดา กระทะ เตาย่าง หรือเตาอบไมโครเวฟมีผลต่อสารอาหารทั้งนั้น จริงๆ แล้วปัจจัยที่ทำลายสารอาหารมากที่สุดคือการใช้เวลาในการปรุงอาหารนานเกินไป ซึ่งการปรุงอาหารด้วยเตาไมโครเวฟเป็นวิธีการปรุงอาหารที่ส่งผลต่อสารอาหารน้อยที่สุดเพราะเป็นการปรุงอาหารที่ใช้เวลาน้อยที่สุด คลื่นไมโครเวฟจะไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบสารประกอบเคมีในอาหารของคุณ ซึ่งนั่นหมายความว่าสารพิษหรือสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งแทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ระหว่างการปรุงอาหารเช่นกัน

การลดความเสี่ยงจากการใช้เตาไมโครเวฟ
    คุณสามารถรักษาสารอาหารและป้องกันการเจ็บป่วยจากอาหารเมื่อใช้เตาไมโครเวฟในการอุ่นอาหารได้ดังนี้:

- เลาะกระดูกออกจากชิ้นเนื้อขนาดใหญ่ออกเสียก่อน 
- ตัดอาหารที่จะใช้ปรุงต่อไปให้เป็นชิ้นเล็กๆ 
- จัดเรียงอาหารให้ในถาดอบให้เป็นระเบียบ 
- หากจำเป็นต้องอุ่นอาหารชิ้นใหญ่ๆ ควรจะลดความแรงของเตาอบไมโครเวฟครึ่งหนึ่ง และขยายเวลาในการปรุงอาหาร วิธีนี้จะช่วยให้ความร้อนกระจายได้ทั่วถึง 
- หากจะอุ่นอาหารที่มีลักษณะแห้ง ให้เติมของเหลว เช่น น้ำเปล่า น้ำซุป หรือน้ำเกรวี เพื่อช่วยในการกระจายความร้อน 
- ควรหยุดการอุ่นอาหารเพื่อคนอาหารหรือกลับข้างถาดหรือบรรจุภัณฑ์เมื่อใช้เวลาในการอุ่นอาหารไปแล้วครึ่งหนึ่ง 
- คลุมอาหารด้วยฝาครอบหรือแผ่นพลาสติกคลุมอาหารที่สามารถใช้กับเตาอบไมโครเวฟได้เพื่อกักเก็บไอน้ำ 
- ควรปล่อยให้อาหารระอุหลังการอุ่นอาหารตามคำแนะนำของอาหารแต่ละชนิดเพื่อมั่นใจได้ว่าอาหารได้รับความร้อนอย่างทั่วถึง 
- ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิสำหรับอาหารเพื่อตรวจสอบว่าอาหารได้รับความร้อนในระดับที่เหมาะสมตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ โดยทดสอบอุณหภูมิของอาหารจากหลายๆ จุด โดยเฉพาะบริเวณชิ้นเนื้อที่หนา และควรหลีกเลี่ยงการวัดอุณหภูมิใกล้ๆ บริเวณที่มีกระดูก หรือไขมัน 
- ไม่ควรอุ่นอาหารที่มีการยัดไส้ เช่น ไก่อบยัดใส้ โดยไม่มีการหั่นแบ่งเป็นชิ้นย่อยๆ 
- อาหารแช่แข็งที่ถูกละลายน้ำแข็งด้วยเตาอบไมโครเวฟควรนำมาปรุงอาหารต่อทันที

 การป้องกันการไหม้ของอาหาร
  เพราะเตาอบไมโครเวฟเองไม่มีความร้อนในตัวเอง บางครั้งจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะกะประมาณว่าเราควรจะอุ่นอาหารนานแค่ไหนและร้อนแค่ไหนก่อนที่จะนำเอาออกมาจากเตาอบไมโครเวฟ สิ่งที่คุณต้องระวังมีดังนี้:

- ของเหลวร้อนยวดยิ่ง (Superheated liquids) ของเหลวบางชนิดเมื่ออยู่ในอุณหภูมิจุดเดือดหรือเหนือกว่าจุดเดือดก็ไม่แสดงสัญญาณเตือนอันตรายใดๆ เช่นฟองน้ำเดือด แต่ของเหลวชนิดนี้จะเดือดและเหือดระเหยได้ทันที และสามารถทำลวกผิวหนังได้อย่างรุนแรง 
- การถ่ายเทความร้อนจากอาหารสู่บรรจุภัณฑ์ ซึ่งทำให้บรรจุภัณฑ์ที่คุณใช้ในการอุ่นอาหารมีความร้อนสูงมากได้ 
- ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของบรรจุภัฑณ์และอาหารภายใน กรณีนี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับขวดนมเด็ก โดยเมื่อสัมผัสบรรจุภัณฑ์ภายนอกจะรู้สึกเย็น ในขณะที่อุณหภูมิอาหารภายในร้อนมาก ดังนั้นควรเช็คอุณหภูมิของอาหารก่อนบริโภคทุกครั้ง

   เมื่อคุณเลือกซื้อเตาอบไมโครเวฟ ควรอ่านและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตในการใช้งานและการเก็บรักษา ทุกๆ ครั้งที่คุณใช้เตาอบไมโครเวฟ ควรระลึกดังนี้: 

- ควรใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถใช้กับเตาอบไมโครเวฟได้ 
- ใช้อุปกรณ์กันความร้อนในการหยิบจับบรรจุภัณฑ์ออกจากเตาไมโครเวฟ 
- ไม่ควรนำบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับจากอาหารสำเร็จรูปกลับมาใช้อีกครั้ง 
- ไม่ควรใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับการเก็บอาหารในอุณหภูมิต่ำ หรือแผ่นพลาสติกคลุมอาหารที่หุ้มมากับอาหารสำเร็จรูป 
- ทำความสะอาดเตาอบไมโครเวฟทุกครั้งหลังจากการใช้ 
- วัสดุบางอย่าง เช่น กล่องโฟม แผ่นโลหะคลุมอาหาร ไม่เหมาะสมสำหรับการอุ่นอาหารด้วยเตาไมโครเวฟ วัสดุต้องห้ามเหล่านี้อาจะทำให้เกิดสารพิษในอาหาร หรือทำให้อาหารไหม้ได้ง่าย
   

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พลังบำบัดของน้ำ

**ขอขอบคุณที่มา: http://division.dwr.go.th/writc/life/ww/healing.htm


     รู้หรือไม่ ?น้ำคือหนึ่งในยารักษาโรคจากธรรมชาติ

     โดยทั่วไปคนเราจะดื่มน้ำก็เมื่อรู้สึกกระหาย แต่จริงๆแล้ว ความรู้สึกกระหายน้ำเป็นเพียงหนึ่งในอาการที่ร่างกายของเราแสดงออกมาว่ากำลังขาดน้ำ จากการศึกษาพบว่า ร่างกายสามารถแสดงความรู้สึกหรืออาการว่ากำลังขาดน้ำด้วยวิธีต่างๆ อีกมากมาย การมองข้ามอาการเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายแรงหลายโรค ที่แม้แต่การรักษาทางการแพทย์ในปัจจุบันก็ทำได้เพียงแค่บรรเทา แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

     การดื่มน้ำเย็นๆ มีส่วนช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย ช่วยให้เลือดเจือจางลงในระดับที่ร่างกายต้องการ ช่วยขับสารพิษออกทางผิวหนังในรูปของเหงื่อ กระตุ้นการทำงานของไตให้เป็นปกติ และช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของผนังลำไส้ ในขณะที่น้ำร้อนมีฤทธิ์เป็นยาสงบประสาท ช่วยลดอาการเจ็บปวด ตะคริว และการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
 
     เกือบทุกคนรู้ว่า การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ส่วนใหญ่มักไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และจะเกิดอะไรขึ้นหากร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ

     เนื้อหาของเรื่องนี้จะแสดงให้เห็นถึงบทบาทของน้ำในการป้องกันปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่อาจลุกลามจนกลายเป็นโรคร้าย และยังแสดงให้เห็นถึงวิธีการต่างๆ ในการนำน้ำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาโรคด้วยวิธีธรรมชาติ หรือที่เรียนกันว่า วารีบำบัด (hydrotherapy) 

     ร่างกายของคนเราประกอบด้วยน้ำถึง 70% ของน้ำหนักตัว น้ำเป็นองค์ประกอบของทุกอวัยวะที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวเรา แต่ในบางอวัยวะ เช่น ปอดและสมองจะมีสัดส่วนของน้ำมากเป็นพิเศษ นอกจากนี้น้ำยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของของเหลวภายในร่างกาย เช่น เลือด น้ำเหลือง น้ำลาย รวมไปถึงของเสียที่ถูกขับออกจากร่างกายหลังจากผ่านระบบย่อยอาหาร



วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

**พรบ.จราจรทางบก ที่ควรรู้เกี่ยวกับรถจักรยาน

พรบ.จราจรทางบก ลักษณะ 10 รถจักรยาน



มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้น

มาตรา 80 รถจักรยานที่ใช้ในทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องจัดให้มี


(1) กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณได้ยินได้ในระยะไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร


(2) เครื่องห้ามล้อที่ใช้การได้ดี เมื่อใช้สามารถทำให้รถจักรยานหยุดได้ทันที


(3) โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงขาวไม่น้อยกว่าหนึ่งดวงที่ให้แสงไฟส่องตรงไปข้างหน้าเห็นพื้นทางได้ชัดเจน ในระยะไม่น้อยกว่าสิบห้าเมตร และอยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา


(4) โคมไฟติดท้ายรถจักรยานแสงแดงไม่น้อยกว่าหนึ่งดวงที่ให้แสงสว่างตรงไปข้างหลังหรือติดวัตถุสะท้อนแสง สีแดงแทน ซึ่งเมื่อถูกไฟส่องให้มีแสงสะท้อน

มาตรา 81 ในเวลาต้องเปิดไฟตามมาตรา 11 หรือมาตรา 61 ผู้ขับขี่รถจักรยานอยู่ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานต้องจุดโคมไฟแสงขาวหน้ารถเพื่อให้ผู้ขับขี่หรือคนเดินเท้า ซึ่งขับรถหรือ
เดินสวนมาสามารถมองเห็นรถ

มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับ รถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถต้อง
ขับขี่รถจักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น

มาตรา 83 ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยาน


(1) ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน


(2) ขับโดยไม่จับคันบังคับรถ


(3) ขับขนานกันเกินสองคัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน


(4) ขับโดยนั่งบนที่อื่นอันมิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ


(5) ขับโดยบรรทุกบุคคลอื่นเว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคนทั้งนี้ตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด


(6) บรรทุก หรือถือสิ่งของ หีบห่อ หรือของใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจับคันบังคับรถหรืออันอาจ จะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน


(7) เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่

มาตรา 84    เว้นแต่บทบัญญัติในลักษณะนี้ จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นให้ผู้ขับขี่รถจักรยานปฏิบัติตามมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 42 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 59 มาตรา 60 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 69 มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72 มาตรา 73 มาตรา 74 มาตรา 76 (2) มาตรา 78 มาตรา 125 มาตรา 127 และมาตรา 133 ด้วยโดยอนุโลม



วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ไตมีหน้าที่อะไรบ้าง

**ขอขอบคุณที่มา : http://health.haijai.com/3561/


ไตมีหน้าที่อะไรบ้าง
ระบบไต


ไตมีลักษณะคล้ายถั่ว อยู่บริเวณบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง ใต้ต่อกระดูกซี่โครงและอยู่ 2 ข้างของกระดูกสันหลัง มีสีแดงเหมือนไตหมู มีขนาดความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางตามความยาว 11-12 เซนติเมตร หนักข้างละ 150 กรัม ไตแต่ละข้างได้รับเลือดผ่านทางหลอดเลือดแดงใหญ่ ซึ่งออกจากหัวใจเมื่อเลือดไหลผ่านไตจะมีการกรองผ่านหน่วยไตเล็กๆ เรียกว่า เนฟรอน (nephron) ซึ่งมีอยู่ข้างละ 1 ล้านหน่วย หน่วยไตเล็กๆ เหล่านี้มีหน้าที่กรองของเสียจากเลือดผ่านท่อไต และเกิดเป็นน้ำปัสสาวะขับออกจากร่างกายทางท่อปัสสาวะ ไตกรองเลือดประมาณ 240 ลิตรต่อวัน และดูดกลับ 237.6 ลิตรต่อวัน อีก 2.4 ลิตรกลายเป็นน้ำปัสสาวะออกจากร่างกาย ร่างกายสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยไตที่ปกติเพียง 1 ข้าง เพราะมีการปรับสมดุลได้ดีมาก ดังนั้น ผู้ที่บริจาคไต 1 ข้าง จึงสามารถมีชีวิตที่ปกติได้ด้วยไตเพียงข้างเดียว


ไตมีหน้าที่อะไรบ้าง

 ปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในการควบคุมการขับหรือเก็บน้ำไว้ในร่างกาย เมื่อร่างกายขาดน้ำ เช่น อากาศร้อนจัด เสียน้ำทางเหงื่อมาก ร่างกายจะปรับดุลน้ำโดยจะมีการกระหายน้ำดื่มน้ำมากขึ้น เป็นการทดแทนน้ำที่เสียไป ร่างกายก็อยู่ในสมดุลหรือเมื่อคนเราดื่มน้ำเป็นจำนวนมากเกินความต้องการ ไตก็จะทำหน้าที่ขับน้ำส่วนเกินออกเช่นเดียวกัน แต่เมื่อใดที่ไตผิดปกติ การปรับดุลน้ำไม่ได้ จะเกิดภาวะน้ำเกินและภาวะขาดน้ำ ซึ่งถ้ารุนแรงมากจะมีผลกระทบต่อสมองจนมีอาการสับสน ซึมและชักได้


 ปรับสมดุลเกลือแร่และกรดด่าง ไตปกติสามารถขับเกลือแร่ส่วนที่เกินความต้องการออกมาในปัสสาวะได้ เช่น รับประทานอาหารเค็มจัด ร่างกายจะปรับเกลือแร่นี้ โดยรู้สึกกระหายน้ำ ดื่มน้ำมากขึ้น และขับเกลือแร่ส่วนเกินที่ค้างอยู่ออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้ แต่ถ้าไตเสียหน้าที่ ไม่สามารถขับเกลือแร่ที่เกินได้ ทำให้เกิดอาการบวมบริเวณใบหน้า มือ และเท้า ถ้าเป็นรุนแรงจะมีผลเสียต่อหัวใจด้วย โพแทสเซียมเป็นเกลือแร่ตัวหนึ่งที่ใช้สำหรับการทำงานของหัวใจและกล้ามเนื้อ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมเข้าไป ไตทำหน้าที่ควบคุมระดับของโพแทสเซียมในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ระดับของโพแทสเซียมในเลือดจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนมีผลต่ออวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจเกิดการเต้นผิดปกติ จนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้


โดยทั่วไปอาหารโปรตีนที่เรารับประทานเข้าไป ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางพลังงานและสารเคมีต่างๆ ตลอดจนเกิดสารกรด ซึ่งจะถูกขับออกจากร่างกายเพื่อรักษาสมดุล โดยไตมีหน้าที่หลักของการขับกรด เมื่อไตไม่สามารถทำงานได้ ร่างกายจะเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งรบกวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ร่างกายจะไม่เป็นปกติสุข


 กำจัดของเสียออกจากร่างกาย ร่างกายมีกระบวนการขับของเสียออกจากร่างกายได้หลายวิธี เช่น ขับออกทางอุจจาระ ทางลมหายใจ ทางเหงื่อ และทางปัสสาวะ การเผาผลาญโปรตีนจากอาหารและการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดของเสียที่เรียกว่า “ยูเรีย” และ “ครีเอตินิน” ซึ่งจะถูกขับออกทางไต สารคั่งค้างนอกจากยูเรีย ยังมีสารชนิดอื่นๆ อีกหลายอย่าง รวมทั้งยาที่รับประทานและยาฉีดเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งถ้าไตไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เกิดการค้างของสารต่างๆ เหล่านี้ เกิดมีพิษต่อร่างกาย ทำให้อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ นอนไม่หลับ อาจซึมลงจนถึงชักได้


 สร้างฮอร์โมนหลายชนิด ไตผลิตฮอร์โมนที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ เรนิน อิริโทรพอยอีติน และวิตามิน ซึ่งมีบทบาทดังนี้

1.ฮอร์โมนเรนิน ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตของร่างกาย และการดูดซึมของเกลือแร่ที่ไต ซึ่งมีผลต่อความดันโลหิตเช่นกัน ถ้าไตเสื่อมจะเกิดความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนเรนิน มีผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้


2.ฮอร์โมนอิริโทรพอยอีติน เป็นฮอร์โมนที่จำเป็นในการกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง ในกรณีที่ไตเสียหน้าที่ จะมีการหลั่งสารนี้ลดลง ทำให้การสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง และเกิดภาวะโลหิตจางได้


3.วิตามินดี ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซียมจากอาหาร และช่วยในการเสริมสร้างกระดูก การที่ไตเสียทำให้วิตามินดีไม่สามารถทำงานได้ มีผลทำให้ระดับของแคลเซียมในเลือดลดลง และกระดูกเสื่อมได้ โดยทั่วไปวิตามินดีที่ได้รับจากอาหาร และสังเคราะห์ผ่านกระบวนการของผิวหนังที่ได้รับแสงอาทิตย์ ซึ่งมีอัลตราไวโอเลต การออกฤทธิ์ต้องอาศัยไตที่ดี


ผู้ที่เป็นโรคไตมักไม่ค่อยปรากฏอาการให้เห็น เพราะไตเป็นอวัยวะที่มีความสามารถพิเศษในการปรับการทำงาน ให้อยู่ในสมดุลแม้ว่าจะเหลือเพียง 50% ของปกติ แต่ถ้าการทำงานของไตลดเหลือ 25% จะเริ่มปรากฏอาการต่างๆ ได้แก่ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ซีด คันตามตัว บวมตามใบหน้า แขนขา ปัสสาวะมากตอนกลางคืน ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้อาจคล้ายกับอาการของโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร จึงจำเป็นต้องตรวจร่างกาย ซึ่งจะพบว่าความดันโลหิตสูง มีบวม ซีด รวมถึงต้องตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด และภาพรังสีเพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง


ศ.เกียรติคุณ พญ.ธัญญารัตน์ ธีรพรเลิศรัฐ
อายุรแพทย์โรคไต

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ไขข้อข้องใจเถ้าแก่ออนไลน์…เรื่องภาษี และการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

**ขอขอบคุณที่มา: http://blog.lnw.co.th/2015/05/06/

ภาษี banner ไขข้อข้องใจเถ้าแก่ออนไลน์...เรื่องภาษี และการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เรื่องของภาษี และ การจดทะเบียนพิณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดูจะเป็นเรื่องที่หลาย ๆ ร้านค้า ยังคงมีข้อสงสัย คิดไม่ตก เข้าใจไม่เคลียร์ กันอยู่ไม่น้อย LnwShop เลยขอยกเอาคำถามหนักใจเหล่านั้นมาตอบให้คุณ ๆ เจ้าของร้านค้าออนไลน์ ได้หายปวดหัวกันค่ะ :)

ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนอะไรไหม

ผู้มีหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในประเทศไทย ซึ่งประกอบพาณิชยกิจในเชิงพาณิชย์ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าร้านค้าออนไลน์ที่มีการ “ซื้อขาย” ผ่านระบบออนไลน์ “จำเป็น” ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขายผ่านเว็บไซต์ก็ตาม กล่าวคือ ถึงแม้จะเป็นการขายผ่าน Facebook ก็ยังต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นะคะ
หากเป็นเพียงการให้ข้อมูลสินค้า และบริการ ไม่ได้มีการ “ซื้อขาย” เช่น ทำเว็บให้ข้อมูลร้านส้มตำ และมีแค่เบอร์โทรติดต่อ ไม่มีการแสดงผลราคาสินค้า, ไม่รับการสั่งส้มตำผ่านเว็บไซต์ แบบนี้จะ “ไม่ต้อง” จดทะเบียน
dbd ไขข้อข้องใจเถ้าแก่ออนไลน์...เรื่องภาษี และการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

แล้วขายของออนไลน์ในเว็บไซต์ต่างประเทศ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไหม

หากเว็บไซต์นั้น เราเป็นเจ้าของเอง ถึงแม้จะฝากข้อมูลไว้ใน Hosting หรือ ระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปในต่างประเทศ เราก็ยังจำเป็นต้องจดทะเบียนค่ะ หากเราไม่จดทะเบียนจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่ถ้าเป็นการขายผ่าน “ตลาดกลาง (e-Marketplace)” ไม่ว่าจะในไทย หรือ ต่างประเทศก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนค่ะ เพราะหาก “ตลาดกลาง (e-Marketplace)” นั้นอยู่ในไทย ทาง e-Marketplace จะเป็นผู้จดทะเบียนดังกล่าว ในขณะที่เว็บไซต์ตลาดกลางของต่างประเทศนั้น จะไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายของไทยนะคะ  (อ่านเพิ่มเติมที่นี่)

18731014 s1 ไขข้อข้องใจเถ้าแก่ออนไลน์...เรื่องภาษี และการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้คือ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมา โดยการเสียภาษีเงินได้นี้ จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้น หากร้านค้าของคุณไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เงินได้ที่ได้รับมานั้น ก็จะต้องเสียภาษี ตามรูปแบบของ “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” ซึ่งหาก “เงินได้” ของคุณยังไม่เกิน 150,000 บาท ก็จะยังไม่เสียภาษีค่ะ  *** แต่ยื่นแบบแสดงภาษีไว้ก่อนได้นะคะ :) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มได้ที่นี่
นอกจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้ว หากร้านค้าของคุณขายดี หรือรวมรายรับทั้งหมดของคุณ แล้วมียอดเงินเกินกว่า 1.8 ล้านบาท จะมีภาษีอีกแบบหนึ่งที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องนั่นก็คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม นั่นเอง อ่านข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มได้ที่นี่
สำหรับการขายของออนไลน์นอกประเทศนั้นเมื่อมีการโอนเงินซื้อสินค้าเข้ามายังบัญชีของเราในประเทศไทย ก็จะถือว่าเป็นเงินได้ของเรา และต้องมีการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติค่ะ

การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้เราต้องเสียภาษีใช่ หรือไม่

การจดทะเบียนพาณิชอิเล็กทรอนิกส์ และ ภาษี “แยกออกจากกัน” ผู้ดูแลก็เป็นคนละหน่วยงานกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จึงไม่ได้ทำให้สรรพากรทราบถึงรายได้ของเรา
12463178 s1 ไขข้อข้องใจเถ้าแก่ออนไลน์...เรื่องภาษี และการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเรื่องภาษี และทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรนิกส์ ดูเหมือนเป็นเรื่องวุ่น ๆ แต่ที่จริงก็ทำความเข้าใจได้ไม่ยากจริงไหมคะ ยังไงร้านค้าเทพอย่าลืมทำการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และยื่นภาษีให้ถูกต้องกันนะคะ จะได้ค้าขายได้อย่างสบายใจ :)

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ

**ขอขอบคุณที่มา: http://blog.lnw.co.th/2015/06/02/


design talk3 Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ
ตื่นเต้น ๆ รู้สึกตื่นเต้นกับบทความนี้เป็นที่สุดเลยค่ะ เพราะบทความนี้ “Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ” เราได้สัมภาษณ์ Lnw Designer นักออกแบบร้านค้าออนไลน์ขั้นเทพตัวจริง เสียงจริง ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบร้านค้าเทพหลายร้อยร้านค้ามาฝากกัน รับรองว่าเคล็ด (ไม่) ลับ ที่เราจะเปิดเผยที่ Lnw’s Blog แห่งนี้ ต้องเด็ด และโดน แน่นอน .. Sayreya ฟันธง !
*** เนื่องจาก ทาง Designer ของเราค่อนข้างเขินอาย จึงขอไม่เปิดเผยชื่อจริง ในบทความนี้จะเรียกแทนว่า “คุณวิงแวบ” นะคะ
Sayreya : เริ่มต้นเข้าประเด็นกันเลยละกัน อยากรู้ว่าสำหรับคุณวิงแวบแล้ว “โลโก้” ร้านค้าออนไลน์ หรือภาพประจำร้านเนี่ยควรใส่ข้อมูลอะไรบ้างคะ
วิงแวบ : Logo ของร้านค้า ไม่ควรมีข้อมูลเยอะนะ เน้นแค่ชื่อร้าน หรือ สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงร้านก็พอแล้วค่ะ เพราะภาพโลโก้มักจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ควรใส่เฉพาะข้อมูลที่ต้องการให้โดดเด่นที่สุด อย่างมากสุด ก็มีชื่อเว็บไซต์, ภาพสัญลักษณ์ของร้าน แค่นี้ก็พอแล้ว
logo 600x403 Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ
ตัวอย่างภาพโลโก้ หรือภาพประจำร้าน ของร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ
Sayreya : แล้วภาพแบนเนอร์ร้านล่ะคะ ใส่ข้อมูลอะไรดี อยากใส่ข้อมูลติดต่อ / เรื่องที่ลูกค้าอยากรู้ ฯลฯ เลือกไม่ถูกเลย
วิงแวบ : … (เงียบ ทำหน้าคิดหนัก) …. แบนเนอร์ของเว็บ เป็นส่วนที่ลูกค้าจะเห็นเป็นจุดแรก เรียกว่าเห็นแล้วจะดูต่อ หรือปิดเว็บทิ้งเลย ก็ว่าได้ ดังนั้นต้อง “ดึงดูด” ให้ได้มากที่สุด เน้นความสวยงาม จะดีกว่า การให้ข้อมูลเต็มไปหมด อย่างข้อมูลติดต่อถ้าอยากใส่ไว้ด้วย ก็ใส่แค่ช่องทางที่ร้านใช้เป็นประจำช่องทางเดียวก็พอ
สิ่งที่ภาพแบนเนอร์ควรมี ก็คือ ชื่อร้านค้า, ช่องทางติดต่อหลัก และ ควรแต่งภาพให้สื่อถึงสินค้าที่ขายที่สุด เห็นแล้วรู้เลยว่าขายอะไร ถ้ายังกลัวลูกค้าไม่รู้ก็เติม “คำอธิบายร้าน” สั้น ๆ ที่อ่านแล้วน่าจดจำ แจ่มแจ๋ว สักประโยคหนึ่งก็พอแล้ว
ix 600x270 Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ
ตัวอย่างแบนเนอร์ร้านค้าออนไลน์
Sayreya : เห็นหลาย ๆ ร้านค้า ชอบใส่ข้อความคำอธิบายยาว ๆ ไว้ที่หน้าร้าน คุณวิงแวบคิดว่าอย่างไรบ้างคะ
วิงแวบ : ตอบในฐานะไหนดีนะ ถ้าในฐานะคนซื้อ เวลาไปเจอร้านให้ข้อมูลเยอะ ๆ ก็ดูน่าเชื่อถือดีนะ ดูร้านนี้น่าจะมีอะไร แต่…. ใครจะอ่าน ? คนอ่านทุกบรรทัดอ่ะ มีน้อย แต่ถ้าในฐานะดีไซน์ ข้อมูลมีก็ดีค่ะ แต่ไม่ควรไว้หน้าแรกทั้งหมด เพราะจะทำให้เว็บดูไม่สวยงาม ถ้าอยากให้ข้อมูล อาจจะทำเป็นภาพไอคอน แล้วลิงก์ไปหน้าบทความ หรือหน้าเว็บที่แสดงข้อมูลเหล่านั้นโดยเฉพาะจะดีกว่า
Sayreya : งั้นหน้าแรกของเว็บไซต์ ใส่อะไรดี ?
วิงแวบ : อืม ตอบยากเลย ใส่แบนเนอร์, ภาพสินค้า, Footer เฮ้ย ไม่ใช่… ใส่ข้อมูลร้านค้า และสินค้าแหละค่ะ แต่ควรจะใส่แต่พอดี อย่างถ้าจะใส่พวกคำอธิบายยาว ๆ ก็ย่นให้เหลือสัก 3-4 บรรทัด ต่อ 1 หัวข้อ ก็เยอะแล้ว และถ้าเปลี่ยนคำอธิบายยาว ๆ เป็นภาพ ก็จะดูน่าสนใจกว่าข้อความนะ แล้วค่อยไปเขียนอธิบายยาว ๆ ที่หน้าอื่นเอา อ่อ แต่ถึงจะเป็นภาพ ก็ไม่ควรใส่เยอะอยู่ดีนะคะ
g5 600x611 Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ
ตัวอย่างภาพคำอธิบายข้อมูลในร้านค้าเทพ
Sayreya : มาเรื่องสีกันบ้างดีกว่า.. คุณวิงแวบช่วยแนะนำวิธีการเลือกใช้สีของร้านค้าออนไลน์แต่ละประเภทให้หน่อยได้ไหมคะ
วิงแวบ : จริง ๆ ก็อยู่ที่ความชอบเจ้าของร้านด้วยนะ แต่ถ้าแบบเสื้อผ้าเด็ก แล้วเลือกใช้สีโทนดำ แนวอาร์ต ๆ สตรีทนิด ๆ ก็ดูไม่ใช่ .. แนะแบบนี้แล้วกัน
โทนสีพาสเทล หวาน ๆ จะเหมาะกับ สินค้าที่ภาพลักษณ์นุ่มนิ่ม น่าทะนุถนอม จำพวก แฟชั่นหวาน ๆ, สินค้าเด็กน่ารัก ๆ แบบนี้จะเหมาะ
สีประเภท แม่สี (น้ำเงิน, เหลือง, แดง) แบบนี้จะเหมาะกับสินค้าที่ต้องการความ Chic ดูเป็นแนวอเมริกัน, โกอินเตอร์อะไรแบบนั้น
ถ้าสี น้ำเงิน, เขียว, ดำ หรือ เทา ก็จะเหมาะกับสินค้าคุณผู้ชาย หรือของที่คนใช้เป็นผู้ชาย จะให้อารมณ์แมน ๆ เท่ห์ ๆ
แล้วก็ การจับคู่สี หรือโทนสีทั้งเว็บก็สำคัญ ไม่ใช่แบบ..ยังไงดี แบบใช้สีเขียวมรกต กับสีชมพูบานเย็นมาวางคู่กัน อันนี้ก็ไม่เหมาะ แนะนำให้ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ COLOURlovers เว็บนี้จะช่วยให้ร้านค้าเลือกโทนสีของเว็บได้ง่ายขึ้น ที่ COLOURlovers เขาจะมีโทนสี กลุ่มของสีที่ไปด้วยกันได้ดีจัดเป็น Theme ไว้ ทำให้เราเลือกใช้ได้ง่าย และดีไซน์ออกมาได้สวยงามขึ้น
capture 20150602 192220 600x406 Lnw Designer เผยเคล็ดไม่ลับ แต่งร้านค้าเทพ
ตัวอย่าง WebPallettes จาก เว็บไซต์ COLOURlovers
Sayreya : ออกแบบเว็บนี่ไม่ง่ายเลยนะคะ เอาแบบนี้ดีกว่า ไม่อยากทำเองละ ถ้าจะใช้รูปแบบที่ LnwShop ทำไว้ให้แล้วเนี่ย พอจะแนะนำได้ไหมคะ ว่าธีมไหน เหมาะกับเว็บสไตล์ไหน
วิงแวบ : ดีไซน์เว็บไม่ยากนะ แต่งไปเรื่อย ๆ เพลินดี แต่ถ้าจะใช้เทมเพลทแบบสำเร็จรูปของ LnwShop ก็แนะนำคร่าว ๆ ตามนี้ค่ะ
Pinky Template และ Modified Pink จะเหมาะกับร้านเสื้อผ้าเด็ก และสินค้าแฟชั่นมุ้งมิ้ง หวาน ๆ
Super Clean เหมาะที่สุดกับสินค้า Chic ภาพสินค้าสวย ๆ และร้านที่ต้องการเน้นการโชว์สินค้า ให้ความรู้สึดดูเป็นระเบียบ เรียบ ๆ แต่เก๋
Toy Theme จะเหมาะกับสินค้าที่อยากได้อารมณ์ของความจัดจ้าน สินค้าแนวอเมริกัน สีสันสดใส โกอินเตอร์นี่เหมาะมาก
เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับเคล็ด (ไม่) ลับที่ Lnw Designer ของเราได้เผยออกมา บอกเลยว่าเป็นประโยชน์มาก ๆ เลยว่าไหมคะ :) และถ้าใครชอบบทสัมภาษณ์นี้ ก็ช่วยกัน Like/Share เป็นกำลังใจให้ Sayreya หน่อยนะคะ แล้วรับรองว่า เดี๋ยวเรามีบทความเด็ด ๆ มาฝากกันอีกชัวร์ !

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

**รายละเอียดการสนับสนุนเป็นแบนเนอร์เว็บไซต์ ขนาดไม่เกิน 690x202 Px. รายปี(12 เดือน)


     ..หากคุณต้องการมีพื้นที่โฆษณา, ประชาสัมพันธ์แบนเนอร์เว็บไซต์ดีดี, แฟนเพจดีดี ฯ ของคุณในราคาถูก เราขอเชิญท่านมาเป็นผู้ร่วมสนับสนุนสิ่งดีดีกับเรา โดยมีรายละเอียดดังนี้.-



..สำหรับท่านที่ต้องการสนับสนุนให้กับเว็บไซต์สิ่งดีดี เรายินดีเป็นอย่างยิ่งครับ โดยขอให้ท่านได้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับ

     **ขั้นตอน เงื่อนไขต่างๆ และวิธีการเป็นผู้สนับสนุนเว็บไซต์สิ่งดีดีมีดังนี้.-

- เว็บไซต์หรือเพจดังกล่าวนั้น ต้องไม่ใช่เว็บไซต์ที่ขายสิ่งผิดกฎหมาย, ผิดศีลธรรม, มีเนื้อหาลามก อนาจาร 

- แจ้งชื่อเว็บไซต์ หรือลิงค์ ที่ท่านต้องการลงโฆษณากับเรา เพื่อให้เราตรวจสอบได้ที่ E-mail: chaichan007@hotmail.com โดยเมื่อเราได้รับอีเมล์ของท่านแล้ว จะขอตรวจสอบเว็บไซต์ หรือลิงค์ดังกล่าวภายในไม่เกิน 3 วัน แล้วจะแจ้งให้ท่านได้ทราบอีกครั้ง

- เมื่อเว็บไซต์ หรือลิงค์ของท่านผ่านการพิจารณาจากเราแล้ว เราจะแจ้งให้ท่านส่งโค้ดแบนเนอร์ HTML ของท่าน หรือหากท่านไม่มีโค้ด ท่านสามารถส่งเป็นไฟล์รูปแบนเนอร์ พร้อมกับ URL ของเว็บไซต์มาให้เราก็ได้ โดยขนาดของแบนเนอร์ หรือรูปภาพนั้นต้องมีขนาดไม่เกิน 690x202 Px พร้อมกับให้ท่านชำระค่าแบนเนอร์ จำนวน 1,000.- บาท มาที่

ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 418-2-16884-5 สาขาเซียร์ รังสิต 
บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี นายศักดิ์ดา วงษ์ศรีเผือก

- หลังจากชำระเงินแล้ว ให้แจ้งการชำระเงิน พร้อมหลักฐานการชำระเงินมาที่ E-mail: chaichan007@hotmail.com เมื่อเราได้รับแจ้งการชำระเงินจากท่านแล้วจะดำเนินการติดตั้งแบนเนอร์ภายใน 2 วัน และแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้ง โดยแบนเนอร์นั้นจะมีอายุ 1 ปี นั้นตั้งแต่วันที่ได้ลงประกาศ โดยเราจะแจ้งวันหมดอายุของแบนเนอร์ไว้ใต้รูปแบนเนอร์ ตัวอย่าง E-DD-MM-YY

- สำหรับแบนเนอร์ที่ใกล้หมดอายุ เราจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเพื่อให้ท่านทราบว่าต้องการจะต่ออายุของแบนเนอร์ หรือไม่ หากท่านต้องการต่ออายุแบนเนอร์ และชำระเงินก่อนวันหมดอายุของแบนเนอร์ แบนเนอร์ของท่านจะคงอยู่ในตำแหน่งเดิม หรือเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา แทนที่แบนเนอร์ที่หมดอายุลง หากท่านไม่ประสงค์ต่ออายุแบนเนอร์ดังกล่าว แบนเนอร์ของท่านจะถูกลบออกไป

- ไม่สามารถเปลี่ยนจำนวนวันคงเหลือของแบนเนอร์ แลกเป็นเงินคืนได้

- เมื่อแบนเนอร์ของท่านได้ลงประกาศไปแล้ว จะไม่สามารถดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลง URL หรือรูปภาพได้อีก

   **หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมติดต่อ E-mail: chaichan007@hotmail.com

   ขอบคุณครับ


*********

Youtube SingDD Channel

SingDD Channel

UPDATE NEWS

.

ค่าธรรมเนียมการจัดส่งสินค้า

BannerFans.com

SingDD.net กับเครื่องหมาย DBD Registered

.

.

.

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้